Team : Real Estate Research and Development
Contact : se.somluck@lpn.co.th, ug.phailin@lpn.co.th, an.pornthip@lpn.co.th
“แอล ดับเบิลยู เอสฯ” ระบุที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่สะสมเดือน ม.ค.-ก.พ. ปี 2568 มีจำนวนและมูลค่าลดลง 2%(YoY) และ 18%(YoY) ตามลำดับ
โดยที่เป็นการเปิดตัวบ้านพักอาศัยทั้งระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทและเกิน 10 ล้านบาท ลดลง แต่ การเปิดตัวอาคารชุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพิ่มขึ้น
นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท แอล พี เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ระบุการเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลสะสมเดือน ม.ค.-ก.พ. ในปี 2568 ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

โดยในเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวนโครงการเปิดตัวใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้งสิ้น 34 โครงการ ลดลง 8% เมื่อเทียบกับจำนวนโครงการ 37 โครงการในปี 2567 มีจำนวน 6,632 หน่วย ลดลง 2% เมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยเปิดตัว 6,800 หน่วย ในระยะเดียวกันของปี 2567 ในขณะที่มูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ที่ 30,703 ล้านบาท ลงลง 18% จากมูลค่าเปิดตัวโครงการ 37,357 ล้านบาท ในระยะเดียวกันของปี 2567 โดยมีอัตราการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวที่ 20% เพิ่มขึ้นจากอัตราการขายเฉลี่ยที่ 13% ในปี 2567
การเปิดตัวโครงการใหม่สะสมเดือน ม.ค.-ก.พ. ปี 2568 เป็นส่วนของโครงการอาคารชุดพักอาศัย 11โครงการ เพิ่มขึ้น 120% คิดเป็นจำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่ 4,408 หน่วย เพิ่มขึ้น 53% คิดเป็นมูลค่า 12,003 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% เมื่อเทียบกับจำนวนโครงการ 5 โครงการ มีหน่วยเปิดตัว 2,872 หน่วย และมูลค่าเปิดตัว 6,323 ล้านบาท ในระยะเดียวกันของปี 2567 โดยมีอัตราการขาย ณ วันเปิดตัวที่ 27% เพิ่มขึ้นจากอัตราการขาย ณ วันเปิดตัวที่ 21% ในระยะเดียวกันของปี 2567 โดยที่ราคาขายเฉลี่ยของอาคารชุดพักอาศัย ในช่วงปี 2568 อยู่ที่ 2.72 ล้านบาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ ่ 2.20 ล้านบาท ในปี 2567

ในส่วนของการเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท 8 โครงการ จำนวน 1,562 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 5,172 ล้านบาท ลดลง 62% 52% และ 70% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2567 ที่มีจำนวนโครงการ 21 โครงการ มีหน่วยเปิดตัว 3,234 หน่วยและมูลค่า 17,058 ล้านบาท โดยมีอัตราการขาย ณ วันเปิดตัวโครงการที่ 4% ลดลงจากอัตราการขาย ณ วันเปิดตัวที่ 8% ของระยะเดียวกันของปี 2567 โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยที่ 3.31 ล้านบาทต่อหน่วยในช่วงปี 2568 ลดลง 37% จากราคาขายเฉลี่ยที่ 5.27 ล้านบาทต่อหน่วย ในช่วงปี 2567

และเป็นการเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัยพรีเมี่ยม ที่ระดับราคาเกิน 10 ล้านบาท จำนวน 17 โครงการ เพิ่มขึ้น 42% จากการเปิดตัว 12 โครงการในปี 2567 มีจำนวน 662 หน่วย ลดลง 5% เมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยเปิดตัว 694 หน่วยในระยะเดียวกันของปี 2567 และมีมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ของปี 2568 ที่ 13,529 ล้านบาท ลดลง 3% จากมูลค่าการเปิดตัวโครงการที่ 13,977 ล้านบาทในปี 2567 มีอัตราการขาย ณ วันเปิดตัวเฉลี่ยที่ 8% เท่ากับอัตราการขายเฉลี่ยที่ 8% ในระยะเดียวกันของปี 2567 โดยที่ระดับราคาขายของบ้านระดับราคาเกิน 10 ล้านบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 20.4 ล้านบาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากราคาขายในปี 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 20.1 ล้านบาทต่อหน่วย
(หมายเหตุ : มี 2 โครงการที่มีทั้งโครงการบ้านพักอาศัยระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทและบ้านพักอาศัยราคามากกว่า 10 ล้านบาท อยู่ในโครงการเดียวกัน ทำให้มีการนับจำนวนโครงการซ้ำ)
การที่ผู้ประกอบการมีการเปิดตัวบ้านพักอาศัยลดลง เป็นผลมาจากจำนวนสินค้าคงเหลือของที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้ยังสูง ทำให้ผู้ประกอบการชะลอแผนการเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัย ในขณะที่อาคารชุดพักอาศัย ได้มีการชะลอแผนการเปิดตัวโครงการในปี 2567 ทำให้ผู้ประกอบการเร่งเปิดตัวโครงการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568
อย่างไรก็ตามในช่วงที่เหลือของปี 2568 แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ น่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจากที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีมาตรการผ่อนคลายการกำหนดสัดส่วนวงเงินสินเชื่อเทียบกับมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV) สำหรับการซื้อบ้านหลังที่ 2 และ หลังถัดๆ ไปในราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อหลัง และ สำหรับการซื้อบ้านหลังแรกราคาเกิน 10 ล้านบาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569 รวมถึง กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาขยายเวลาในการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง โดยคาดว่าจะมีผลในไตรมาสสองของปี 2568
อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาฯ ยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ จากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวในระดับสูง ที่ 89% เศษ และ ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ถึงแม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนคลายมาตรการ LTV แล้วก็ตาม เนื่องจากความสามารถในการก่อหนี้ของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่มีจำกัด นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าว

Comments