ตลาดอสังหาฯ เดือนมกราคม 2565 เติบโต 441%(YoY)

การเปิดตัวโครงการเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2565 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564 เป็นผลมาจากผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้มีการชะลอแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2564

วันที่

กุมภาพันธ์ 28, 2022

ผู้เขียน

พิมพ์ชนก ศรีรัชตระกูล (Business Development Manager)

Contract: [email protected], [email protected]

การเปิดตัวโครงการเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2565 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564 เป็นผลมาจากผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้มีการชะลอแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2564 ผลจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2019 (COVID-19) สายพันธ์ โอมิครอน(Omicron) และในช่วงเดือนมกราคม 2564 เป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวมีไม่มากนัก ประกอบกับจำนวนสินค้าคงเหลือพร้อมขาย(Inventory) ในตลาดลดลง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขายและเพิ่มสินค้าเข้ามาในตลาด

การเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในเดือนมกราคม 2565 เป็นการเปิดตัวโครงการอาคารชุดพักอาศัย จำนวน 7 โครงการ จำนวน 5,635 หน่วย เพิ่มขึ้น 1,242% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564 คิดเป็นมูลค่ารวม 18,532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 435% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564 โดยมีอัตราการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวโครงการอยู่ที่ 20% ซึ่งสูงกว่าอัตรการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวในเดือนมกราคม 2564 ที่อยู่ที่ 8% ซึ่งเป็นการเปิดตัวโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่ใกล้เคียงกับหน่วยเปิดตัวในเดือนมกราคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยระดับราคาอาคารชุดพักอาศัยที่เปิดตัวมากสุดอยู่ที่ระดับราคา 2-3 ล้านบาท คิดเป็น 42.2% ของการเปิดตัวโครงการอาคารชุดพักอาศัยทั้งหมด

ในขณะที่การเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เดือนมกราคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 8 โครงการ โดย 7 โครงการเป็นโครงการที่ระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และมี 1 โครงการที่มีระดับราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทต่อหน่วย โดยมีจำนวนหน่วยเปิดตัวทั้งสิ้น 1,815 หน่วย เพิ่มขึ้น 89% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564 คิดเป็นมูลค่าการเปิดตัวบ้านพักอาศัย ในเดือนมกราคม 25658,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2564 โดยบ้านเดี่ยวที่มีระดับราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทมีจำนวนหน่วยเปิดตัวและมูลค่าสูงสุด เมื่อเทียบกับบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์ โดยมีอัตรการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวโครงการอยู่ที่ 10% ใกล้เคียงกับเดือนมกราคม ปี 2564

จากการรวบรวมแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 17 บริษัทในปี 2565 พบว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง 17 แห่งมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลไม่น้อยกว่า 329 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 438,120 ล้านบาท ไม่น้อยกว่า 60% เป็นโครงการบ้านพักอาศัย

ผู้ประกอบการอสังหาฯ เริ่มมั่นใจว่าตลาดอสังหาฯ จะฟื้นตัวในปี 2565 และได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วในปี 2564 ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2565 ที่จะเติบโตในอัตราเฉลี่ย 3.5-4% ตามการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ เริ่มทยอยลงทุน และนำโครงการที่ชะลอแผนเปิดต้วโครงการในปี 2564 มาเปิดตัวโครงการในปี 2565 เพื่อเพิ่มยอดขาย และทดแทนสินค้าคงเหลือที่มีแนวโน้มลดลง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่สะสมเดือน ม.ค.เม.ย. ปี 67 จำนวนหน่วยลดลง 25%(YoY) แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 15%(YoY)

ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่สะสมเดือน ม.ค.-เม.ย. ปี 2567 มีจำนวนหน่วยเปิดตัวลดลง 25%(YoY) แต่มูลค่าการเปิดตัวเพิ่มขึ้น 15%(YoY) ผลจากการเปิดตัวบ้านพักอาศัยในกลุ่มพรีเมี่ยมเติบโตขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า

Cover

จำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล  7 เดือนแรก ปี 68 ลดลง 47% ขณะที่มูลค่าเปิดตัวใหม่ 7 เดือนแรก ปี 68 ลดลง 38%

แอล ดับเบิลยู เอสฯ รายงานการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 7 เดือนแรกปี 2568 มีจำนวนการเปิดตัวลดลง 47% และ มูลค่าการเปิดตัวลดลง 38% เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัวลง

ความก้าวหน้าของนวัตกรรมการก่อสร้าง ด้วยวัสดุที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ สู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่นยืน

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมการก่อสร้างที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้ามาช่วยในการดูแล รักษา และยืดอายุการใช้งานของอาคาร หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจและคาดว่าจะเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตด้านการก่อสร้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Construction) คือ เทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ หรือ Self-healing Materials